IMG2406
1694762760481

รายการถาม-ตอบ เกี่ยวกับงานเสาเข็ม

1.เสาเข็ม มอก. กับเสาเข็มธรรมดา รับน้ำหนักปลอดภัยได้เท่ากันไหม

ตอบ โดยทั่วไปการรับน้ำหนักเสาเข็มแบ่งเป็น 2 ส่วน คือการรับน้ำหนักโดยอาศัยแรงเสียดทาน และการรับน้ำหนักโดยปลายเสาเข็ม กรณีเสาเข็มหน้าตัดขนาดและประเภทเดียวกันมักจะมีแรงเสียดทาน เทียบเท่ากันส่วนมากเสาเข็มหน้าตัด มอก. มักจะมีขนาดพื้นที่หน้าตัดที่ใหญ่กว่าเสาเข็มธรรมดา จึงมีผลกำลังรับน้ำหนักที่ปลายเสาเข็มที่มากกว่าเสาเข็มธรรมดา ซึ่งถ้าขนาดหน้าตัดเสาเข็มไม่แตกต่างกันมากกันเสาเข็มทั้ง 2 ขนาด ก็มักจะมีกำลังรับน้ำหนักไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ในแง่ของความคงทน แข็งแรง เสาเข็ม มอก. จะมีมาตรฐานควบคุมการผลิตมากกว่า ตั้งแต่กระบวนคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการออกแบบ กระบวนการควบคุมคุณภาพคอนกรีต กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานทำให้มีความเชื่อมั่นได้สูงกว่ากระบวนการผลิตเสาเข็มธรรมดา   

                                                   

2.รอยแคร็กหน้าเสาเข็มมีหลักเกณฑ์การกำหนดว่าใช้ได้หรือไม่ได้อย่างไร

ตอบ อ้างถึงตามหลักเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.396-2549 เรื่องคุณลักษณะที่ต้องการระบุว่า ต้องไม่มีรอยร้าวต่อเนื่องกันเกินครึ่งของเส้นรอบรูปทำมุมระหว่าง 80 องศา ถึง 90 องศา กับแนวแกนกลางรอยร้าวที่เกิดขึ้นแต่ละรอยต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 500 มิลิเมตร ความคงทนแรงยกและแรงกระแทกต้องไม่ปรากฎรอยร้าวกว้างเกิน 0.2 มิลลิเมตร ณ ตำแหน่งใดๆของเสาเข็ม แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขขอบเขตในแต่ละงานและดุลพินิจของผู้ควบคุมงานตามแต่กรณีไป

3.สูตรการคำนวณโบว์เค้าท์พิจารณาอย่างไรว่าควรจะต้องใช้สูตรไหน (Danish, Janbu, Hiley)

ตอบ เนื่องจากสูตรที่มาของรายการคำนวณการตอกเสาเข็มที่มาจากหลายทฤษฏียังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าแบบใดเหมาะสมสำหรับการใช้ในประเทศไทย ดังนั้นส่วนหนึ่งในค่า FS จึงมาเป็นตัวปรับค่าตามความเหมาะสม รวมถึงขึ้นอยู่กับการยึดหลักของหน่วยงานต่างๆทั้งนี้เพื่อให้ถูกต้องควรมีการทดสอบในภาคสนาม เพื่อหาสูตรการตอกเข็มที่เหมาะสมสำหรับการออกแบบ เช่น การสำรวจดิน การทดสอบการรับน้ำหนักประกอบการพิจารณาให้เหมาะสม

4.เสาเข็มที่ตอกให้ กทม.กับต่างจังหวัดที่มีสภาพดินแข็งใช้สูตรคำนวณโบลว์ต่างกันอย่างไร

ตอบ เข็ม กทม.ส่วนใหญ่ใช้เข็มรูปตัว I ซึ่งจะเหมาะกับดินอ่อน - ดินปานกลางประเภทดินเหนียว ซึ่งจะรับน้ำหนักเป็น Friction + Endbearing เสาเข็มต่างจังหวัดดินส่วนใหญ่เป็นลักษณะดินปานกลางเป็นต้นไป ดังนั้นดินจะค่อนข้างแข็งจึงนิยมใช้เข็มสี่เหลี่ยมตันและความยาวสั้นกว่าเนื่องจากคุณสมบัติของชั้นดิน ส่วนเรื่องการเลือกใช้สูตรตอกนิยมใช้อยู่คือ Dannish, Janbu และHiley แต่ต้องเลือกค่า FS ใหม่ให้เหมาะสมทั้งนี้โดยทั่วไป กรณีตอกเข็ม กทม. นิยมใช้สูตร Dannish ส่วนกรณีต่างจังหวัดใช้สูตร Hiley และหากยึดมาตรฐานตามทางหลวงที่ตอกทั่วประเทศจะเป็น Hiley FS = 3                 

5.เสาเข็มที่ตอกเสร็จแล้วเกิดอาการลอยตัวขึ้นมาจะถือว่ายังรับน้ำหนักได้เหมือนเดิมไหม แก้ไขอย่างไร

ตอบ เมื่อตอกเสาเข็มลงในดินเหนียวโดยทั่วไปทำให้เกิดการปูดของผิวดิน (Heave) หรือเกิดการแทนที่การปูดขึ้นของดินหากเป็น Plastic soll แล้วอาจสูงขึ้นเป็นฟุตได้ การปูดของดินนี้อาจจะทำให้เกิดการทรุดตัวติดตามมาก็ได้หลังจากตอกเสร็จ ซึ่งเสาเข็มที่ลอยตัวขึ้นมาจะรับน้ำหนักได้น้อยลงเสมอ กรณีเป็นเสาเข็ม Friction pile ซึ่งอาศัยแรงเสียดทานเป็นหลักเมื่อพื้นที่ส่วนคอนกรีตน้อยลง ก็จะส่งผลให้แรงเสียดทานน้องลงตามแต่ถ้าลอยตัวไม่มากอาจจะไม่ส่งผลมากนัก แนวทางแก้ไขอาจจะเพิ่มความยาวของเสาเข็มหรือเพิ่มจำนวนเสาเข็ม หรือเพิ่มขนาดของหน้าตัดเสาเข็มเพื่อทดแทนส่วนที่เสาเข็มลอยตัวขึ้น กรณีเป็นเสาเข็ม End Bearing เมื่อเสาเข็มลอยตัวขึ้นมาจะส่งผลต่อระดับปลายเสาเข็มที่ลอยขึ้น ทำให้กำลังการรับน้ำหนักจาก End Bearing ลดลง โดยอาจจะหลุดจากชั้นดินดานกรณีนี้อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนักของเสาเข็มอย่างมาก แนวทางแก้ไขสามารถเพิ่มการตอกเสาเข็มการนับ Last Ten Blow อีก 3-5 ครั้ง และเพื่อเป็นการลดการเกิดปัญหาดังกล่าวควรวางแผนการตอกเข็มด้วยเพื่อลดปัญหาดังกล่าว   

6. เสาเข็มที่ตอกหัวแตกสามารถเสนอลูกค้าว่าจะขอตัดแล้วตอกต่อ จะมีปัญหาเรื่องคุณภาพและการรับน้ำหนักไหม            ตอบ เสาเข็มทั่วไปจะออกแบบให้บริเวณหัว ปลายเสาเข็มมีการเสริมเหล็กปลอกมากกว่าช่วงอื่นที่ความยาว 1.5 เท่า ของขนาดหน้าตัดเสาเข็มตามข้อกำหนดของ มอก. ซึ่งกรณีการตัดเสาพ้นจากช่วงนี้ไปแล้วปริมาณปลอกแหวนจะลดน้อยลง ซึ่งหมายความว่ากำลังการรับแรงเฉือยจากการตอกจะลดน้อยลงตามด้วย อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื่องได้จนไม่สามารถตอกต่อได้และเป็นเข็ม Fail ในที่สุด กรณีการตัดเสาเข็มและตอกต่อจะต้องทำงานด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ควรตรวจสอบความเสียหาย รอยแคร็ก แตกร้าวจุดอื่นๆเพิ่มเติมทำการตัดบริเวณที่เสียหายออกแต่งให้ผิวด้านบนเรียบเสมอ ทำการรองกระสอบคลุมหัวเสาเข็มเพิ่มเติมหรือทำรายการคำนวณตอกเสาเข็มโดยลดระยะยกตุ้มลดลงทั้งนี้ควรคำนึงถึงความยาวเสาเข็มที่หายไปด้วยว่าสามารถตอกถึงระดับชั้นดินหรือได้ค่า Last Ten Blow ที่ต้องการได้การรับน้ำหนักของเสาเข็มต้นนั้นก็สามารถรับน้ำหนักได้ตามปกติ